สหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนชุมพร และสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย จัดอบรมพัฒนาวิทยากรหลักสูตรผู้ตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS
วันที่ 29 - 31 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารบุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร อำเภอละแม จังหวัดชุมพร สหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนชุมพร และสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย จัดอบรมพัฒนาวิทยากร หลักสูตรผู้ตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม 97 คน จากสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน 26 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเป็นการอบรมที่ผู้เข้าร่วมอบรมแต่ละจังหวัดรวมถึงวิทยากร ต้องดูแลค่าใช้จ่ายตัวเองตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก และค่าอาหาร และส่วนหนึ่งได้นำผลผลิต ผลิตภัณฑ์ในจังหวัดของตนมาร่วมแบ่งปันด้วยSDGsPGS (Sustainable Development Goals Participatory Guarantee System) เป็นนวัตกรรมกระบวนการที่กำลังมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมยั่งยืนประเทศไทย โดยหล่อหลอมแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยองค์กรสหประชาชาติ แนวทางสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมยั่งยืน แนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ประเทศไทย และระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) ที่เสนอโดย IFOAM เป็นต้น และได้เสนอโมเดลที่ชัดเจนครอบคลุมการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พัฒนามาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS ขับเคลื่อนโดยภาคประชาชน โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง โดยมีสหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพระดับชาติและสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน เป็นกลไกขับเคลื่อนระดับจังหวัด โดยบริหารกลไกคณะทำงานตรวจแปลง คณะทำงานพัฒนาฐานข้อมูล คณะทำงานกลั่นกรองแปลงเกษตรอินทรีย์ คณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS ระดับจังหวัด และกลไกธุรกิจในรูปวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เป็นกลไกบริหารจัดการตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และการตลาด โดยมีเป้าหมายในการนำกำไรสุทธิไม่น้อยกว่า 70% ไปสู่การพัฒนาเครือข่าย นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ และปันผลไม่เกิน 30% เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่ถูกกฎหมายสหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทยได้ยกระดับการปฏิบัติการจัดตั้งเป็นสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย (ทีซาต้า) เป็นร่มใหญ่ในการขับเคลื่อนระดับนโยบาย ปัจจุบันมีการจัดตั้งสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนระดับจังหวัดไปแล้วกว่า 40 จังหวัด และมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนทุกจังหวัดในประเทศไทยภายในปี 2464 และมีเป้าหมายขับเคลื่อนไม่น้อยกว่า 1 ล้านครัวเรือน 1 ล้านแปลงอินทรีย์ ภายในปี 2566การอบรมพัฒนาวิทยากรหลักสูตรผู้ตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์ เป็นการนำวิทยากรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ตรวจแปลงและได้มีการปฏิบัติการพัฒนามาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS ในแต่ละจังหวัดแล้ว มาอบรมเพื่อยกระดับทักษะและจิตวิญญาน ให้สามารถเป็นวิทยากรในการนำหลักสูตรนี้ไปขยายผลต่อในระดับจังหวัดและระดับภาคของตนเองได้ หลักสูตรนี้เน้นให้วิทยากรสามารถปรับกระบวนทัศน์ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรผู้ตรวจแปลง ให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ ขับเคลื่อนสัมมาชีพเต็มพื้นที่ โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง (ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผุ้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และมีรายได้มากกว่ารายจ่าย) และเพิ่มเติมทักษะในการตรวจแปลง ทักษะการพัฒนาฐานข้อมุลโดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ (OAN) การจัดการประชุมกลั่นกรอง การจัดการประชุมรับรอง เป็นกระบวนการรับรองแปลงไม่น้อยกว่า 3 ชั้น และสามารถออกใบรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบอิเลคโทรนิคได้เองในระดับจังหวัด ทักษะการทำธุรกิจเกษตรอินทรีย์ผ่านกลไกวิสาหกิจเพื่อสังคม ตลอดจนถึงแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ต่อยอด SDGsPGS ให้ครอบคลุมกิจกรรมทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง (น้ำจืด และน้ำเค็ม) ฮาลาล การประเมินคุณค่าและมูลค่าไม้โดยชุมชน และการยกระดับเทียบเคียงสู่มาตรฐานสากลเครือข่าย SDGsPGS บูรณาการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ในระดับจังหวัดและระดับภาค ซึ่งแต่ละจังหวัดมีพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนเป็นจำนวนมาก ในระดับชาติได้รับการหนุนเสริมหลักจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และกำลังพัฒนาความร่วมมือร่วมขับเคลื่อนนโยบาย Go Green เพื่ออาหารปลอดภัยและเกษตรกรรมยั่งยืนร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมีการจัดทัพ 9 ทัพ (ภาค) เดินหน้าด้วยคำขวัญ "ถูกต้อง ยุติธรรม สัมมาชีพ" เพื่อผสานพลังกับทีมงาน ธ.ก.ส. 9 ภาค มุ่งพัฒนาเกษตรกร พัฒนาผู้ประกอบการ SME และ Startup ที่ขับเคลื่อนธุรกิจเกษตรอินทรีย์ร่วมกันทั่วประเทศนอกจากสหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสถาบันหนึ่งภายใต้ร่มของสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย แล้วยังมีอีก 5 สถาบันที่ในขั้นตอนการดำเนินการก่อตั้งได้แก่ สถาบันพัฒนามาตรฐานเกษตรอินทรีย์แปรรูป สถาบันพัฒนายุทธศาสตร์การค้าเกษตรกรรมยั่งยืน สถาบันประเมินคุณค่าและมูลค่าไม้โดยชุมชน สถาบันจุลินทรีย์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศเกษตรกรรมยั่งยืน วิทยากรหลักสูตรผู้ตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์สามารถเชื่อมโยงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนสถาบันต่างๆดังกล่าวข้างต้นในการเสริมพลังและสามารถจัดกลไกที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ได้ที่มา: ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ นายกสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย
8 กันยายน 2563 |
1947