มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร
Maejo University at Chumphon โทร. 077-544068
ม.แม่โจ้-ชุมพร ขับเคลื่อน “หมู่บ้านปาล์มน้ำมันแดงครบวงจร” ถ่ายทอดองค์ความรู้ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ ยกระดับเกษตรกรสู่การผลิตอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร นำโดย ผศ.ดร.มัลลิกา จินดาซิงห์ ผู้รับผิดชอบโครงการ “หมู่บ้านปาล์มน้ำมันแดงครบวงจร” พร้อมด้วย ผศ.ดร.สุทธิรักษ์ ผลเจริญ ร่วมกับ นายพิศิษฐ์ ชำมะนาด ประธานกลุ่ม และสมาชิก ดำเนินกิจกรรมอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน การผลิตปาล์มน้ำมันแดงครบวงจร โดยจัดการเรียนรู้ทั้ง ภาคบรรยายและภาคปฏิบัติ เพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและสมาชิกกลุ่มให้สามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการผลิตและเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันแดงได้อย่างเป็นรูปธรรม การถ่ายทอดองค์ความรู้ครอบคลุมกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ประกอบด้วยต้นน้ำ – การผลิตปาล์มน้ำมันอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ดำเนินถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน การผลิตปาล์มน้ำมันอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล IFOAM ตั้งแต่การจัดการพื้นที่ปลูก การบำรุงดินและธาตุอาหาร การจัดการสวน การดูแลรักษาต้นปาล์ม ตลอดจนการจัดทำบันทึกข้อมูลการผลิตและระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเตรียมความพร้อมของเกษตรกรในการพัฒนาระบบการผลิตเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ การใช้สารชีวภัณฑ์และจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในสวนปาล์มน้ำมัน เพื่อส่งเสริมการจัดการสวนโดยลดการพึ่งพาสารเคมี สนับสนุนการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน และสร้างระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับแนวทางเกษตรอินทรีย์กลางน้ำ – การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันแดง ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกปฏิบัติด้าน การแปรรูปปาล์มน้ำมันแดง ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว กระบวนการสกัดและแปรรูป ตลอดจนการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อรักษาคุณค่าของสารสำคัญตามธรรมชาติและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงของชุมชนได้ปลายน้ำ – การตลาดและการสร้างมูลค่าเพิ่ม ถ่ายทอดแนวทางด้าน การตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปาล์มน้ำมันแดง เพื่อให้สมาชิกสามารถเชื่อมโยงการผลิตกับความต้องการของตลาด สร้างอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ชุมชน และพัฒนาช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกรอย่างยั่งยืนกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการ “หมู่บ้านปาล์มน้ำมันแดงครบวงจร” ที่มุ่งนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไปถ่ายทอดสู่ชุมชน เชื่อมโยงกระบวนการผลิต “ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ” ให้เป็นระบบ ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ไปจนถึงการพัฒนาตลาด เพื่อยกระดับปาล์มน้ำมันแดงให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และสร้างต้นแบบการพัฒนาอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
21 สิงหาคม 2569     |      122
ผศ.ดร.ชุมพล อังคณานนท์ ร่วมโครงการ YPC 2026 รุ่นที่ 3 เสริมทักษะผู้นำรุ่นใหม่ มุ่งสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนจังหวัดชุมพร
อาจารย์ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล อังคณานนท์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่จังหวัดชุมพร ปี 2569” (Young Public and Private Collaboration 2026 : YPC) รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเดอะบีช รีสอร์ต แอนด์ เรสซิเดนส์ จังหวัดชุมพรการอบรมดังกล่าว มุ่งพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ บรรยาย ทิศทางยุทธศาสตร์จังหวัดชุมพร ภาพรวมนโยบายการส่งเสริมและพัฒนา SME ไทย การบริหารทีมงาน การสร้างความสัมพันธ์เพื่อสร้างเครือข่ายภาครัฐและเอกชน กิจกรรม Ceo talk ลงพื้นที่ปลูกป่าชายเลน ตลอดจนเวิร์กช็อป (Workshop) เขียนโครงการขออนุมัติงบประมาณรัฐ และการนำเสนอผลงานกลุ่มเพื่อรับฟังคำวิพากษ์และผลักดันเข้าแผนพัฒนาจังหวัด และวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายสกุล ดำรงเกียรติกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมโครงการดังกล่าว จัดโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร เพื่อพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ทักษะ ความสามารถ และทัศนคติของผู้นำรุ่นใหม่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ให้มีความพร้อมในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง สามารถรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชุมพรพร้อมกันนี้ ยังมุ่งสร้าง “เครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่” ผ่านการเปิดพื้นที่ให้ข้าราชการและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และมุมมองในการพัฒนาจังหวัด เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือและบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตต่อไป
21 สิงหาคม 2569     |      105
มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ร่วมยกระดับสถานประกอบการสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล IFOAM และ COR
จากการดำเนินงานดังกล่าว สถานประกอบการได้รับการรับรองในนาม VIP Organic Farm รหัสผู้ประกอบการ 123268OC ใบรับรองเลขที่ 123268OC-26 จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย (มกท.) หรือ ACT Organic Company Limited ครอบคลุมกิจกรรมการผลิตพืช (Crop Production) และการผลิตเฉพาะทางในโรงเรือน (Specialized Production: Greenhouse Crops)พื้นที่ที่ได้รับการรับรองมีจำนวน 14.795 ไร่ หรือประมาณ 23,672 ตารางเมตร โดยพื้นที่ทั้งหมดที่ระบุในใบรับรองมีสถานะเป็นพื้นที่อินทรีย์ (Organic) และไม่มีพื้นที่อยู่ในระยะปรับเปลี่ยน (In-Conversion) ครอบคลุมกลุ่ม พืชไร่ ไม้ผล สมุนไพรและผัก ผักในระบบการผลิตเฉพาะทาง/โรงเรือน และเห็ดพืชและผลิตผลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ได้รับรับรองได้ระบุชนิดของพืชและผลิตผลที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองอย่างชัดเจน โดยสามารถจำแนกได้ดังนี้1.พืชไร่ (Field Crops) พืชไร่ที่ได้รับการรับรองจำนวน 2 ชนิด ได้แก่    1.ข้าวฟ่าง (Millet)    2.ข้าว (Rice)พืชไร่ทั้งสองชนิดมีสถานะเป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์ อยู่ในขอบข่าย Cert All (IFOAM Accredited) และ CORไม้ผล (Fruits) ไม้ผลที่ได้รับการรับรองจำนวน 5 ชนิด ได้แก่    1.มะนาว (Lime)    2.มะปราง (Marian Plum)    3.หม่อน (Mulberry)    4.เสาวรส (Passion Fruit)    5.ส้มโอ (Pomelo)ไม้ผลทั้ง 5 ชนิดได้รับการระบุสถานะเป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์ อยู่ในขอบข่าย Cert All (IFOAM Accredited) และ CORสมุนไพรและผัก (Herbs and Vegetables) กลุ่มสมุนไพรและผักที่ได้รับการรับรองจำนวน 11 ชนิด ได้แก่ใบบัวบก (Asiatic Pennywort)Baegu (แบกู) Baeguพริกขี้หนู (Bird Chilli)กะเพรา (Holy Basil)มะเขือยาว (Long Eggplant)ผักกูด (Paco Fern)โหระพา (Sweet Basil)มะเขือเปราะ (Thai Eggplant)Tree Spinach Tree Spinachมะเขือเทศ (Tomato)ถั่วฝักยาว (Yard Long Bean)ผลิตผลในกลุ่มนี้ได้รับการระบุสถานะเป็น เป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์ อยู่ในขอบข่าย Cert All (IFOAM Accredited) และ CORผักในระบบการผลิตเฉพาะทาง/โรงเรือน (Vegetables – Specialized Production: Greenhouse Crops) ผักในกลุ่มการผลิตเฉพาะทางหรือพืชที่ผลิตในโรงเรือน มีจำนวน 10 ชนิด ได้แก่ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด (Butterhead Lettuce)ผักกาดขาว (Chinese Cabbage)ผักกวางตุ้งดอก (Chinese Flowering Cabbage)คะน้า (Chinese Kale)ผักชี (Coriander)ผักกาดหอมฟริลลิซไอซ์เบิร์ก (Frillice Iceberg Lettuce)ผักกาดคอสเขียว (Green Cos Lettuce)ผักกาดหอมกรีนโอ๊ค (Green Oak Lettuce)ผักกาดหอมเรดคอรัล (Red Coral Lettuce)ผักกาดหอมเรดโอ๊ค (Red Oak Lettuce)ผักในระบบการผลิตเฉพาะทาง/โรงเรือน เป็น Specialized Production (Greenhouse Crops) หรือการผลิตเฉพาะทางในระบบโรงเรือน โดยผลิตผลทั้ง 10 ชนิดมีสถานะ เป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์ อยู่ในขอบข่าย Cert All (IFOAM Accredited) และ CORเห็ด (Mushrooms) ได้รับการรับรองการผลิตเห็ดจำนวน 7 ชนิด ได้แก่เห็ดเป๋าฮื้อ (Abalone Mushroom)เห็ดนางรมทอง (Golden Oyster Mushroom)เห็ดหัวลิง (Lion's Mane Mushroom)เห็ดนางรมฮังการี (Oyster Mushroom–Hungary)เห็ดฟีนิกซ์ (Phoenix Mushroom)เห็ดนางรมชมพู (Pink Oyster Mushroom)เห็ดยานางิมัตสึทาเกะ (Yanagi Matsutake Mushroom)เห็ดทั้ง 7 ชนิดเป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์ อยู่ในขอบข่าย Cert All (IFOAM Accredited) และ CORรวมผลิตผลที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองจากรายละเอียดในภาคผนวกของใบรับรอง สามารถสรุปผลิตผลที่ได้รับการรับรองได้ทั้งหมด 35 รายการ ประกอบด้วย พืชไร่ 2 ชนิด ไม้ผล 5 ชนิด สมุนไพรและผัก 11 ชนิด ผักในระบบการผลิตเฉพาะทาง/โรงเรือน 10 ชนิด และเห็ด 7 ชนิด ครอบคลุมพื้นที่ผลิตอินทรีย์รวม 14.795 ไร่ ในด้านมาตรฐาน ใบรับรองระบุการรับรองตาม Certification Alliance Organic Standard 2019 ภายใต้ระบบ IFOAM Accredited พร้อมขอบข่ายมาตรฐาน COR โดยเอกสารยังระบุความสอดคล้องกับ Safe Food for Canadians Regulations (SFCR) Part 13, CAN/CGSB 32.310 และ CAN/CGSB 32.311 และข้อกำหนดภายใต้ความตกลงความเท่าเทียมด้านเกษตรอินทรีย์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดาการได้รับการรับรองดังกล่าวสะท้อนผลสำเร็จจากความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพรกับสถานประกอบการภาคเอกชน ในการนำองค์ความรู้ด้านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตจริง ตั้งแต่การจัดการพื้นที่และปัจจัยการผลิต การวางระบบเอกสารและบันทึก การควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมินจากหน่วยรับรองความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งผลงานด้านบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพรในการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรไปสนับสนุนผู้ประกอบการ ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และสร้างโอกาสในการพัฒนาสินค้าเกษตรสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ทั้งในประเทศและระดับสากล
21 สิงหาคม 2569     |      96
แม่โจ้–ชุมพร เดินหน้าต่ออายุรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล IFOAM ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9
แปลงฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร มุ่งยกระดับเป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ภาคใต้ ดำเนินการต่ออายุการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล IFOAM บนพื้นที่ 10.25 ไร่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ดำเนินการต่ออายุใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของแปลงฟาร์มมหาวิทยาลัย ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล International Federation of Organic Agriculture Movements (IFOAM) ครอบคลุมพื้นที่การผลิตจำนวน 10.25 ไร่ ซึ่งเป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 9 โดยรับการตรวจประเมินและรับรองจาก สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) หรือ Organic Agriculture Certification Thailand (ACT) การดำเนินงานดังกล่าวมี ผศ.ดร.มัลลิกา จินดาซิงห์ และ ผศ.ดร.สุทธิรักษ์ ผลเจริญ เป็นผู้รับผิดชอบหลัก เพื่อพัฒนาและรักษามาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของมหาวิทยาลัยให้เป็น ต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตพืชอินทรีย์ในภาคใต้ สำหรับเกษตรกร นักศึกษา นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพื้นที่ที่ดำเนินการขอต่ออายุการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มีพืชที่ได้รับการรับรอง 3 ประเภท รวมพื้นที่ 10.25 ไร่ ประกอบด้วยผลไม้ ส้มจี๊ด พื้นที่จำนวน 3 ไร่พืชสมุนไพร ขมิ้น ขิง ข่า ตะไคร้หอม และตะไคร้ พื้นที่จำนวน 2.25 ไร่พืชไร่ ปาล์มน้ำมัน พื้นที่จำนวน 5 ไร่การดำเนินงานของแปลงฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ให้ความสำคัญกับระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดการพื้นที่และแปลงปลูก การบำรุงดิน การจัดการธาตุอาหารพืช การป้องกันและจัดการโรคและแมลงโดยลดการพึ่งพาสารเคมี การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการจัดทำข้อมูลและระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์การรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพรในการขับเคลื่อนงานด้าน เกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และเกษตรมูลค่าสูง ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาภาคการเกษตรของจังหวัดชุมพรและประเทศ โดยมุ่งเปลี่ยนผ่านจากระบบการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบเกษตรสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และความยั่งยืนนอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนแนวคิดการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบครบวงจร “From Farm to Table” จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ซึ่งให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำ คือกระบวนการผลิตในแปลง กลางน้ำ คือการจัดการคุณภาพและการแปรรูป ไปจนถึงปลายน้ำ คือการตลาดและการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยแก่ผู้บริโภคมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพรจึงมุ่งหวังให้แปลงเกษตรอินทรีย์แห่งนี้เป็นมากกว่าพื้นที่ผลิตพืช แต่เป็น “ห้องเรียนเกษตรอินทรีย์ที่มีชีวิต (Living Organic Learning Farm)” สำหรับการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนเป็นต้นแบบในการขยายผลระบบเกษตรอินทรีย์ไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดชุมพรและภาคใต้การดำเนินงานดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรคุณภาพ ส่งเสริมการผลิตอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาประเทศสู่การเป็นฐานการผลิตอาหารคุณภาพและอาหารปลอดภัยสำหรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างยั่งยืน
21 สิงหาคม 2569     |      92
มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ถ่ายทอดความรู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิศวกรรมแม่โจ้ 1 แก่ยุวเกษตรกร โรงเรียนสหกรณ์พัฒนา
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรีขจรรักษ์ พู่พัฒนศิลป์ นักวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายและฝึกปฏิบัติ เรื่อง “การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ด้วยวิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1” แก่ครูและนักเรียนโรงเรียนสหกรณ์พัฒนา หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งคาวัด อำเภอละแม จังหวัดชุมพรกิจกรรมดังกล่าวจัดโดยสำนักงานเกษตรอำเภอละแม ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเกษตรแก่กลุ่มยุวเกษตรกร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถผลิตปุ๋ยหมักใช้ได้ด้วยตนเอง ช่วยลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า และปลูกฝังแนวคิดการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการอบรม ว่าที่ร้อยตรีขจรรักษ์ พู่พัฒนศิลป์ ได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับหลักการและขั้นตอนการผลิตปุ๋ย แบบกองในวงตาข่าย ซึ่งเป็นวิธีการผลิตที่ไม่จำเป็นต้องพลิกกลับกองปุ๋ย ช่วยลดภาระด้านแรงงาน และให้ปุ๋ยหมักที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในแปลงเกษตรของโรงเรียนได้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การเตรียมวัสดุ การจัดกองปุ๋ย การดูแลกองปุ๋ยหมัก ตลอดจนแนวทางการนำปุ๋ยหมักไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร สำนักงานเกษตรอำเภอละแม และโรงเรียนสหกรณ์พัฒนาในครั้งนี้ เป็นการนำองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ช่วยเสริมสร้างทักษะด้านการเกษตรให้แก่เยาวชน และสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในระดับโรงเรียนและชุมชนต่อไป
18 สิงหาคม 2569     |      169
คณะวิทยากรแม่โจ้-ชุมพร ร่วมเสริมศักยภาพกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ ด้านกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล อังคณานนท์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อาจารย์ ดร.อนิรุต หนูปลอด ประธานอาจารย์หลักสูตรสาขาวิชารัฐศาสตร์ ดร.ฉันทวรรณ เอ้งฉ้วน อาจารย์ประจำสาขาวิชาบริหารธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ อาจารย์วัฒนา แดงประเทศ อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ ดร.ณรงค์ โยธิน หัวหน้างานนโยบาย แผน และประกันคุณภาพ และนางสาวเยาวลักษณ์ อภิวัฒนเสวี นักวิชาการศึกษา โดยจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00 น.  ณ หอประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร  อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร และ วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ หอประชุมโรงเรียนสวนศรีวิทยา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้รับเกียรติจากนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และนายจีรศักดิ์ แสงหอย ปลัดจังหวัดชุมพร กล่าวรายงานโครงการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ให้สอดคล้องกับบทบาทในการรักษาความสงบเรียบร้อย การดูแลประชาชน และการบริหารงานในพื้นที่ รวมถึงพัฒนาความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเรียนรู้ประสบการณ์และแนวทางการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ทันสมัย และการใช้ระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารงานการอบรมครั้งนี้มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เข้าร่วมโครงการ เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป
17 สิงหาคม 2569     |      174
แม่โจ้-ชุมพร ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ 2569
วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมอำเภอละแมอาจารย์ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร พร้อมด้วยบุคลากร และนักศึกษา ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี ดร.ศิลปชัย จันทร์มีศรี ปลัดอำเภอ (หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง) ปฏิบัติราชการในหน้าที่รักษาราชการแทนนายอำเภอละแม เป็นประธานในพิธี คณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนอำเภอละแม เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน
13 สิงหาคม 2569     |      303
อาจารย์วีรชัย เพชรสุทธิ์ รองคณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร เข้าร่วมประชุมสร้างความเข้าใจแนวคิด OECMs เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลโดยชุมชน จังหวัดชุมพร
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 อาจารย์วีรชัย เพชรสุทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร เข้าร่วมประชุม “สร้างความเข้าใจแนวคิดพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลโดยชุมชน จังหวัดชุมพร” ณ ห้องประชุมอาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลปะทิว อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพรการประชุมจัดขึ้นโดย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการ Climate, Coastal and Marine Biodiversity (CCMB) โดยมีมหาวิทยาลัยรามคำแหงและองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เป็นที่ปรึกษาโครงการการประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวคิด OECMs (Other Effective area-based Conservation Measures) รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชน กลุ่มประมง ประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่ OECMs และการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลโดยชุมชนอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืนการเข้าร่วมประชุมของ อาจารย์วีรชัย เพชรสุทธิ์ ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมบทบาทของมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพรในการเชื่อมโยง งานวิชาการ งานวิจัย และบริการวิชาการกับชุมชนและหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้และงานวิจัยไปสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ร่วมสร้างเครือข่ายทางวิชาการ ขับเคลื่อนงานวิจัย และสนับสนุนการจัดการทรัพยากรทางทะเลโดยชุมชน เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
10 สิงหาคม 2569     |      419
กระทรวงพาณิชย์หนุน ม.แม่โจ้–ชุมพร ใช้นวัตกรรมผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกทุเรียน มุ่งสู่ Zero Waste
วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรีขจรรักษ์ พู่พัฒนศิลป์ นักวิชาการเกษตร สังกัดงานบริการวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ได้จัดนิทรรศการและนำเสนอข้อมูลการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกทุเรียน แด่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์การนำเสนอครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างการประชุมและติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดผลไม้ โดยเฉพาะสินค้าทุเรียน ณ บริษัท ศิริมงคล คอร์เปอเรท กรุ๊ป จำกัด ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพรทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ให้ความสนใจและชื่นชมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ซึ่งได้นำนวัตกรรมการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองด้วยวิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเปลือกทุเรียน พร้อมมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพรสนับสนุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกทุเรียนอย่างเป็นรูปธรรมจังหวัดชุมพรมีการส่งออกเนื้อทุเรียนมากกว่า 9.5 ล้านกิโลกรัมต่อปี ส่งผลให้มีเปลือกทุเรียนเหลือทิ้งภายในจังหวัดมากกว่า 20 ล้านกิโลกรัมต่อปี การนำนวัตกรรมดังกล่าวมาใช้จึงเป็นแนวทางสำคัญในการจัดการวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนเปลือกทุเรียนให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้การดำเนินงานนี้นับเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ของเหลือใช้จากกระบวนการผลิตทุเรียน สอดคล้องกับแนวคิด Zero Waste หรือการมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณของเสีย และสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคเกษตรของจังหวัดชุมพรในระยะยาว
10 สิงหาคม 2569     |      408
แม่โจ้-ชุมพร เดินหน้าประชาสัมพันธ์หลักสูตรและแนะแนวการศึกษาต่อ ณ โรงเรียนสวนศรีวิทยา
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 อาจารย์วิชชุดา เอื้ออารี รองคณบดีฯ ฝ่ายกิจการพิเศษ พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.เพ็ชร บุญนาค และตัวแทนนักศึกษา ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์หลักสูตรการเรียนการสอนของ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การรับสมัครนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2570 ณ โรงเรียนสวนศรีวิทยา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรที่เปิดสอนของมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร แนวทางการจัดการเรียนการสอน สวัสดิการ รวมถึงข้อมูลการรับสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2570 เพื่อให้นักเรียนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถนำไปวางแผนประกอบการตัดสินใจศึกษาต่อได้อย่างเหมาะสมบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น นักเรียนให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังข้อมูลเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตร การเรียนการสอน ทุนการศึกษา ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย การเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เป็นต้น
9 สิงหาคม 2569     |      418
แม่โจ้-ชุมพร ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายวิชาการระดับชาติ ในการประชุม NCBAIM 2026
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร พร้อมด้วยคณาจารย์ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ในฐานะภาคีเครือข่ายร่วมจัดประชุม เข้าร่วมพิธีเปิด การประชุมวิชาการระดับชาติ ด้านบริหารธุรกิจ นวัตกรรมและการจัดการสมัยใหม่ ปี 2569 (National Conference on Business Administration, Innovation and Modern Management : NCBAIM 2026)การประชุมวิชาการในครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักวิชาการ นักวิจัย คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจ ร่วมเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจและสังคม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569 ซึ่งจัดโดย วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
9 สิงหาคม 2569     |      396
มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ต้อนรับผู้แทนจาก Universitas Islam Negeri Kiai Haji Achmad Siddiq Jember สาธารณรัฐอินโดนีเซีย กระชับความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ให้การต้อนรับ Dr. H. Roni Subhan, S.Pd., M.Pd. ผู้แทนจาก Faculty of Islamic Economics and Business (FEBI), Universitas Islam Negeri Kiai Haji Achmad Siddiq Jember (UIN KHAS Jember), จังหวัดชวาตะวันออก สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ซึ่งทั้งสองสถาบันได้มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (Memorandum of Understanding: MOU) ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องในการนี้ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล อังคณานนท์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อาจารย์วัฒนา แดงประเทศ และนักศึกษาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต เพื่อยกระดับการพัฒนาการศึกษา การวิจัย และการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอินโดนีเซียโอกาสดังกล่าว คณบดี ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศไทยและสาธารณรัฐอินโดนีเซียต่างมีความสัมพันธ์อันดีและแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คณบดีกล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี มีความโดดเด่นด้านการเกษตร วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการพัฒนาชุมชน ขณะที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร มุ่งผลิตบัณฑิตและสร้างงานวิจัยเพื่อการพัฒนาภาคใต้ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด "การเรียนรู้ควบคู่การปฏิบัติ (Learning by Doing)" และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคณาจารย์มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการแก่สังคม ครอบคลุมสาขาการเกษตรสมัยใหม่ การพัฒนาท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชน การบริหารภาครัฐ นโยบายสาธารณะ ความมั่นคงทางอาหาร สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่สามารถต่อยอดความร่วมมือกับ FEBI ได้อย่างมีศักยภาพในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของ Faculty of Islamic Economics and Business (FEBI) ในการผลิตบัณฑิตด้านเศรษฐศาสตร์อิสลาม การเงินอิสลาม การธนาคาร การบริหารธุรกิจ และการพัฒนาผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะในประชาคมอาเซียนที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมากทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหารือแนวทางการดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการในหลากหลายมิติ ประกอบด้วยการแลกเปลี่ยนนักศึกษา (Student Exchange Program) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในต่างประเทศ พัฒนาทักษะภาษา การเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม และสร้างเครือข่ายสากล การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ (Faculty Exchange Program) เพื่อสนับสนุนการสอน การบรรยายพิเศษ และการทำวิจัยร่วมการวิจัยร่วม (Joint Research) ในประเด็นที่ทั้งสองสถาบันมีความสนใจร่วมกัน อาทิ เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจฮาลาล การเงินอิสลาม การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาชนบท นโยบายสาธารณะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และธุรกิจเกษตรการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการและสัมมนานานาชาติ (International Conference) เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของนักวิชาการและนักศึกษาจากทั้งสองประเทศการเชิญ Visiting Professor และ Guest Lecturer เพื่อร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และยกระดับความเป็นนานาชาติของหลักสูตรการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น การฝึกอบรม การศึกษาดูงาน และกิจกรรมบริการวิชาการ รวมถึงการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การท่องเที่ยวชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร มีความพร้อมในการสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งด้านบุคลากร ทรัพยากรทางวิชาการ ห้องปฏิบัติการ สิ่งอำนวยความสะดวก และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สามารถต่อยอดสู่โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยั่งยืน และร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาสังคมของทั้งสองประเทศ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาคมอาเซียนในอนาคต
9 สิงหาคม 2569     |      346
ทั้งหมด 253 หน้า