จังหวัดชุมพร จัดประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS ครั้งแรก รับรองแปลงเกษตรอินทรีย์จำนวน 178 แปลง พื้นที่รวม 1,564.35 ไร่
วันที่ 20 มกราคม 2563 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่อาคารบุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร นายเสรี หอมเกษร ปลัดจังหวัดชุมพร เป็นผู้แทนนายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดและปิดการประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS จังหวัดชุมพร ครั้งที่ 1 และมอบใบรับรองแปลงให้เกษตรกรที่ได้รับการรับรองแปลงเป็นอินทรีย์ จำนวน 40 แปลงนายไสว แสงสว่าง ประธานสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนชุมพร กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS จังหวัดชุมพร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการประชุมรับรองแปลง SDGsPGS (Sustainable Development Goals Participatory Guarantee System) ซึ่งเป็นการจัดประชุมครั้งแรกเพื่อออกไปรับรองให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ โดยจังหวัดชุมพรได้มีการจัดตั้งสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 มีการจัดเวทีเขย่าทัศน์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2562 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ เป็นประธานเปิดงาน จัดอบรมหลักสูตรผู้ตรวจแปลง 23 - 25 ตุลาคม 2562 โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายสนิท ศรีวิหค เป็นประธานมอบเกียรติบัตรและปิดการอบรม หลังจากนั้นมีการตั้งกลไกคณะทำงานตรวจแปลงทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจแปลง คณะทำงานพัฒนาฐานข้อมูล นำข้อมูลจากการลงพื้นที่ตรวจแปลงเข้าสู่ระบบสารสนเทศเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture Network - OAN) มีการกลั่นกรองข้อมูลกันอย่างเข้มข้น และนำมาสู่การประชุมรับรองครั้งแรกนี้ โดยการรับรองจะเป็นการร่วมพิจารณาข้อมูลในระบบฐานข้อมูลและเมื่อคณะกรรมการเห็นชอบแล้วจะสามารถดำเนินการรับรองในระบบฐานข้อมูลและพิมพ์ใบรับรองแปลงเพื่อมอบให้กับเกษตรกรทันที การขับเคลื่อนการพัฒนามาตรฐานเกษตรอินทรียืแบบมีส่วนร่วม SDGsPGS เป็นส่วนหนึ่งของปนิธานของสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนชุมพร ในการสร้าง "ชุมพรมหานครเกษตรอินทรีย์"นายเสรี หอมเกษร ปลัดจังหวัดชุมพร กล่าวว่า "เพิ่งมารับภาระกิจปลัดจังหวัดชุมพรได้เป็นวันที่สองและได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้มาปฏิบัติหน้าที่เปิดและปิดการประชุม และรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดชุมพรทันที โดยส่วนตัวท่านเป็นคนที่ขับเคลื่อนเรื่องอาหารอินทรีย์ อาหารปลอดภัยมาตลอด และเคยศึกษาอย่างจริงจังเรื่องการนำจุลินทรีย์ท้องถิ่นมาใช้ในการเกษตร ได้ลงมือปฏิบัติจริงในการปลูกผักกินเองภายในครอบครัว รวมถึงการสร้างผลงานในด้านนี้ด้วย ท่านได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนชุมพรมหานครอินทรีย์ และแสดงความยินดีกับเกษตรกรที่ได้การรับรองแปลงในครั้งนี้ด้วย"นายเกษม สมัยแก้ว เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร รองประธานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS ชุมพร ได้รับมอบหมายจาก อาจารย์ ดร.บุญศิลป์ จิตตะประพันธ์ คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ประธานคณะกรรมการฯ ให้เป็นประธานในที่ประชุม โดยคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS ประกอบด้วยกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ปราชญ์เกษตรอินทรีย์ และผู้แทนเกษตรกรมากกว่า 20 คน ร่วมกันพิจารณารับรองแปลง โดยมีแปลงที่ผ่านการกลั่นกรองเป็นแปลงอินทรีย์ จำนวน 36 แปลง 420.55 ไร่ แปลงที่ผ่านการกลั่นกรองเป็นระยะปรับเปลี่ยน 143 แปลง 1,149.80 ไร่ รวม 179 แปลง รวมเนื้อที่ 1,570.35 ไร่ ที่ประชุมมีมติรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ทั้ง 36 แปลง และเมื่อพิจารณาแปลงที่ผ่านการกลั่นกรองเป็นระยะปรับเปลี่ยน มีเกษตรกรขออุทธรณ์จากแปลงระยะปรับเปลี่ยนขอรับรองเป็นแปลงอินทรีย์ และได้รับความเห็นชอบเพิ่มอีก 4 แปลง 31.30 ไร่ และมี 1 แปลงที่ขอถอนแปลงออกจากการรับรองในรอบนี้เพื่อเตรียมข้อมูลให้สมบูรณ์กว่าเดิมและนำเข้าสู่การรับรองเป็นแปลงอินทรีย์ในครั้งต่อไป โดยสรุป แปลงที่ผ่านการรับรองเป็นแปลงอินทรีย์ จำนวน 40 แปลง 451.85 ไร่ แปลงที่ผ่านการเป็นระยะปรับเปลี่ยน 138 แปลง 1,112.50 ไร่ รวมทั้งสิ้น 178 แปลง พื้นที่รวม 1,564.35 ไร่ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ เลขาธิการสหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย แสดงความยินดีและให้กำลังใจกับเกษตรกรที่ได้รับการรับรองแปลง กับสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนชุมพรและภาคี ที่ได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดชุมพร ซึ่งมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 8,000 ไร่ ภายในปี 2564 โดย ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ กล่าวว่า "วันนี้มีการประชุมรับรองครั้งแรกไปแล้วถือเป็นร้อยละ 20 ที่ได้บรรลุเบื้องต้น และน่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ไม่ยาก จากการร่วมประชุมรับรองในครั้งนี้ได้เห็นจุดแข็งของทีม SDGsPGS ชุมพร ที่มีจิตอาสาเกินร้อยในการร่วมกันขับเคลื่อนชุมพรมหานครอินทรีย์ มีการพัฒนาความรู้ใหม่ พัฒนาทักษะใหม่ในการตรวจแปลง ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลได้เป็นที่น่าพอใจ และสามารถพัฒนาให้มีศักยภาพ การจัดการโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งได้แข้มแข็งมากขึ้นได้อีก จากนี้ไป การขับเคลื่อนชุมพรมหานครอินทรีย์ต้องการบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานอีกมาก ต้องสร้างทีมงานตรวจแปลงเพิ่ม ต้องพัฒนากลไกธุรกิจที่สามารถบริหารจัดการผลผลิตจากแปลงที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นระบบมากขึ้น"รายงานโดย ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ เลขาธิการสหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย และเลขาธิการสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย (TSATA - ทีซาต้า)
22 มกราคม 2563 |
494