มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร
Maejo University at Chumphon โทร. 077-544068

      มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ก่อเจดีย์ทราย และเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณี

      สงกรานต์สุขใจ “ดื่มไม่ขับ ง่วงจอดพัก เล่นสาดน้ำด้วยความระวัง”

      ประวัติวันสงกรานต์ หรือ วันมหาสงกรานต์ ได้รับอิทธิพลมาจาก “เทศกาลโฮลี” ของประเทศอินเดีย แต่วันสงกรานต์ของไทยเปลี่ยนจากการสาดสี เป็นการสาดน้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่ร้อนในเดือนเมษายน และในอีกแง่หนึ่งมีความเชื่อว่าเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป ดังนั้น การเล่นสาดน้ำและประแป้งกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะไม่ถือโทษโกรธกัน

      คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤต ที่มีความหมายว่า “การเคลื่อนย้าย” โดยเชื่อว่าในวันสงกรานต์ เป็นช่วงเวลาการเคลื่อนย้ายของจักรราศี อีกนัยหนึ่งก็คือการเคลื่อนสู่ปีใหม่ คนไทยจึงยึดถือวันสงกรานต์เป็น “วันขึ้นปีใหม่ไทย” มาตั้งแต่สมัยโบราณ จนกระทั่ง พ.ศ. 2483 ก่อนจะปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามแบบแผนสากลนิยม ซึ่งก็คือวันที่ 1 มกราคมของทุกปี ทั้งนี้ การละเล่นสงกรานต์ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า กัมพูชา ลาว รวมถึงบางพื้นที่ของเวียดนาม จีน ศรีลังกา และอินเดีย

      กิจกรรมช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ นิยมทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ เล่นสาดน้ำ ประแป้ง รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ คนทำงานต่างจังหวัดหรือไกลครอบครัว ก็จะเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อฉลองวันปีใหม่ไทย รวมถึงกล่าวคำอวยพร “สุขสันต์วันสงกรานต์” และ “สวัสดีวันสงกรานต์” ให้แก่กัน นอกจากนี้ แหล่งท่องเที่ยวสำหรับจัดงานเทศกาลสงกรานต์ ก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้วันสงกรานต์ของไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

       อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้ “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นรายการในบัญชีตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 18 ณ เมืองคาเซเน สาธารณรัฐบอตสวานา

      ทั้งนี้ “สงกรานต์ในประเทศไทย” (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) ถือเป็นรายการในบัญชีตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ลำดับที่ 4 ของประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ UNESCO ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้แก่ “โขน” (Khon, masked dance drama in Thailand) ในปี 2561, “นวดไทย” (Nuad Thai, Traditional Thai Massage) ในปี 2562 และ “โนรา” ของภาคใต้ (Nora, Dance Drama in Southern Thailand) ในปี 2564

ปรับปรุงข้อมูล : 13/4/2567 22:35:29     ที่มา : มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 1432

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด

แม่โจ้-ชุมพร ต้อนรับนักศึกษาใหม่ สู่บ้านหลังที่ 2 อย่างอบอุ่น พร้อมประชุมผู้ปกครองสร้างความมั่นใจก่อนเดินทางร่วมกิจกรรมเสริมสร้างอัตลักษณ์ลูกแม่โจ้
วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร รับรายงานตัวนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมรายงานตัวเข้าหอพักสำหรับนักศึกษาที่มีความประสงค์พักอาศัยภายในมหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมอาคารบุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ โดยมี อาจารย์ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษารุ่นพี่ ร่วมให้การต้อนรับนักศึกษาใหม่และผู้ปกครองอย่างอบอุ่น ต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่ “บ้านหลังที่ 2” ของลูกแม่โจ้ บรรยากาศเต็มไปด้วยอบอุ่นต่อมาในช่วงบ่าย เวลา 13.30 น. อาจารย์ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดี พร้อมด้วย อาจารย์วีรชัย เพชรสุทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิจัยและบริการวิชาการ และอาจารย์วิชชุดา เอื้ออารี รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ร่วมกล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่และประชุมผู้ปกครอง ณ ห้อง Slope ชั้น 2 อาคารแม่โจ้ 80 ปี เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการจัดการศึกษา การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย และการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในการนี้ อาจารย์วีรชัย เพชรสุทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิจัยและบริการวิชาการ ได้ชี้แจงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับทางวิชาการ และเกณฑ์การสำเร็จการศึกษาให้แก่นักศึกษาและผู้ปกครองได้รับทราบ ขณะที่ นายสานิตย์ แป้นเหลือ และนางสาวศุจินธร รัตนิพนธ์ นักวิชาการศึกษา ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนานักศึกษาใหม่ เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในความเป็นลูกแม่โจ้ รวมถึงสร้างความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และประโยชน์ของกิจกรรมดังกล่าวแก่ผู้ปกครองและนักศึกษาทั้งนี้ นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร จะเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนานักศึกษาใหม่ ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 20 – 28 มิถุนายน 2569 โดยมี อาจารย์ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดี พร้อมด้วย อาจารย์วิชชุดา เอื้ออารี อาจารย์ประสาทพร กออวยชัย นายสานิตย์ แป้นเหลือ นักวิชาการศึกษา นางสาวศุจินธร รัตนิพนธ์ นักวิชาการศึกษา และนายณพพล วิเชียร ร่วมดูแลนักศึกษาตลอดการเดินทางและเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพตามอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ต่อไป
20 มิถุนายน 2569     |      44
ดร.จักรกฤช ณ นคร รับมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
อาจารย์ ดร.จักรกฤช ณ นคร รองคณบดีฯ ฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ เข้ารับมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จาก พลตำรวจโท ศักดิ์รพี เพรียวพานิช ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมการมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ครูอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้านการเรียนการสอนแก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี อันเป็นการตอบแทนคุณความดีและคุณูปการต่อการพัฒนาการศึกษาและการผลิตบุคลากรตำรวจของประเทศทั้งนี้ การมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติดังกล่าวเป็นไปตามประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี เล่มที่ 1 ตอนที่ 2 ประเภทบุคคล ลักษณะที่ 11 บทที่ 5 ภาคที่ 5 ข้อ 114 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณามอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติแก่ผู้ที่ได้สร้างคุณประโยชน์แก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
19 มิถุนายน 2569     |      40
ม.แม่โจ้-ชุมพร ร่วมเวทีสมัชชาครอบครัว ขับเคลื่อน “สานสัมพันธ์ครอบครัวสร้างสุขชุมพร”
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมชุมพรการ์เดนส์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัด2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล อังคณานนท์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พร้อม อาจารย์ ดร.อนิรุต หนูปลอด ประธานอาจารย์หลักสูตรสาขาวิชารัฐศาสตร์ อาจารย์ ดร.ฉันทวรรณ เอ้งฉ้วน อาจารย์ประจำสาขาวิชาบริหารธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ และนางสาวสายทอง สุจริยาพงศ์พร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ได้รับเชิญเป็นวิทยากรและดำเนินกิจกรรมในงานสมัชชาครอบครัวจังหวัดชุมพร ภายใต้หัวข้อ “สานสัมพันธ์ครอบครัวสร้างสุขชุมพร” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนสถานการณ์ครอบครัว และร่วมกันกำหนดแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวในจังหวัดชุมพรในการนี้ ผศ.ดร.ชุมพล อังคณานนท์ ได้บรรยาย หัวข้อ “ความสำคัญของสถาบันครอบครัวและการปรับตัวตามเทคโนโลยี” โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของครอบครัวในยุคดิจิทัล การสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่เด็กและเยาวชน รวมถึงการปรับตัวของสมาชิกในครอบครัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสังคมในปัจจุบันพร้อมกันนี้ คณะวิทยากรได้จัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม “หัวใจของบ้าน” เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สะท้อนความรู้สึกของตนเอง เพื่อเชื่อมโยงความอบอุ่นของครอบครัวเข้ากับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของจังหวัดชุมพร โดยมีอาจารย์ ดร.ฉันทวรรณ เอ้งฉ้วน เป็นผู้ดำเนินรายการจากนั้น ผู้เข้าร่วมได้แบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย            กลุ่มที่ 1 “เลี้ยงดูยุคใหม่ หัวใจเชื่อมเจน” ดำเนินรายการโดย อาจารย์ ดร.อนิรุต หนูปลอด ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับรูปแบบการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชนในยุคดิจิทัล ความท้าทายที่พ่อแม่ผู้ปกครองกำลังเผชิญ รวมถึงคุณลักษณะของ “พ่อแม่ยุคใหม่สไตล์ชุมพร” ที่สามารถสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับบุตรหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพ            กลุ่มที่ 2 “ชุมชนสร้างสรรค์ พลังครอบครัว” ดำเนินรายการโดย นางสาวสายทอง สุจริยาพงศ์พร เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของชุมชนในการส่งเสริมกิจกรรมร่วมกันระหว่างเด็ก เยาวชน และครอบครัว พร้อมถอดบทเรียนจากกิจกรรมต้นแบบในพื้นที่ และร่วมกันเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ว่างในชุมชนให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัวอย่างยั่งยืนกลุ่มที่ 3 “รัฐหนุนเสริม เติมเต็มสถาบันครอบครัว” ดำเนินรายการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล อังคณานนท์ ร่วมสะท้อนสถานการณ์และความต้องการของครอบครัวในจังหวัดชุมพร พร้อมระดมข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งด้านสวัสดิการ กิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว และมาตรการลดความเครียดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกิจกรรมดังกล่าว นับเป็นเวทีสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาสถาบันครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนจังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืนต่อไป
18 มิถุนายน 2569     |      147
แม่โจ้-ชุมพร ร่วมเวทีเสวนาแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ณ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอละแม เพื่อเสริมพลังเครือข่ายพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรอำเภอละแม จังหวัดชุมพร สวนนางสาวละออง พรมอยู่ หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอละแม จังหวัดชุมพร มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร นำโดย อาจารย์วีรชัย เพชรสุทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิจัย และบริการ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิรักษ์ เจริญผล และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัลลิกา จินดาซิงค์ เข้าร่วมโครงการเสวนาร่วมแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการในพื้นที่ อำเภอละแม ครั้งที่ 4การประชุมดังกล่าวมี ดร.ศิลปชัย จันทร์มีศรี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอละแม เป็นประธาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาของพื้นที่อย่างรอบด้านในโอกาสนี้ คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการและข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ตามหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยประเด็นสำคัญที่ได้รับการหารือประกอบด้วย ปัญหายาเสพติด ปัญหาสุนัขจรจัด ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาไฟฟ้า และการจัดการสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าในชุมชนการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ที่มุ่งนำองค์ความรู้ด้านวิชาการ งานวิจัย และการบริการวิชาการ มาบูรณาการร่วมกับภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมวิเคราะห์ปัญหา เสนอแนวทางแก้ไข และพัฒนาศักยภาพชุมชนอย่างเป็นระบบ
17 มิถุนายน 2569     |      231