วันที่ 24 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร นำโดย ผศ.ดร.สุทธิรักษ์ ผลเจริญ ผู้รับผิดชอบโครงการ “หมู่บ้านทุเรียนพรีเมี่ยมบ้านทอนอม” พร้อมด้วย ผศ.ดร.มัลลิกา จินดาซิงห์ ร่วมกับ นางนุสนธ์ บัวชาวเกาะ ประธานกลุ่ม และสมาชิก ดำเนินกิจกรรมอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน “การผลิตทุเรียน พรีเมี่ยมครบวงจร” เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและสมาชิกกลุ่มให้สามารถผลิตทุเรียนคุณภาพสูง มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน ตลอดจนสามารถนำผลผลิตทุเรียนมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มโอกาสทางการตลาด
การถ่ายทอดองค์ความรู้ครอบคลุมกระบวนการผลิตทุเรียนตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเน้นการนำองค์ความรู้ทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ตั้งแต่การจัดการสวน การจัดการดิน น้ำ และธาตุอาหารตามระยะการเจริญเติบโต การดูแลรักษาต้นทุเรียน การจัดการคุณภาพผลผลิต ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อผลิตทุเรียนพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
ในด้านการจัดการโรคและแมลง ได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ การป้องกันและจัดการโรคและแมลงศัตรูทุเรียนโดยลดการใช้สารเคมี พร้อมส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์และจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ เช่น Trichoderma spp., Bacillus spp., Beauveria bassiana และ Metarhizium anisopliae เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากสารตกค้าง เพิ่มความปลอดภัยของผลผลิต และสนับสนุนระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน การผลิตทุเรียนตามแนวทางเกษตรอินทรีย์และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล IFOAM ตั้งแต่การจัดการพื้นที่และแนวกันชน การเลือกใช้ปัจจัยการผลิต การป้องกันการปนเปื้อน การจัดทำบันทึกข้อมูลการผลิต ตลอดจนการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค สำหรับกระบวนการผลิตทุเรียนพรีเมี่ยม ได้ให้ความสำคัญกับ การจัดการคุณภาพก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ได้แก่ การประเมินความแก่ของผล การเลือกช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม การตัดและขนย้ายผลผลิตอย่างถูกวิธี การคัดคุณภาพและคัดเกรด การบรรจุ การเก็บรักษา และการขนส่ง เพื่อรักษาคุณภาพของทุเรียนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มมูลค่าทุเรียนหมอนทองด้วย “เค้กไข่ไต้หวันทุเรียนหมอนทอง”
กิจกรรมสำคัญอีกส่วนหนึ่งของการอบรมครั้งนี้ คือ การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทุเรียนหมอนทอง โดยนำทุเรียนหมอนทองมาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ “เค้กไข่ไต้หวันทุเรียนหมอนทอง” ซึ่งเป็นการประยุกต์วัตถุดิบอัตลักษณ์ของพื้นที่เข้ากับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความแตกต่างและสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่ การคัดเลือกทุเรียนหมอนทองที่เหมาะสมสำหรับการแปรรูป การเตรียมเนื้อทุเรียน การเตรียมวัตถุดิบและส่วนผสม การผสมและควบคุมเนื้อเค้ก การอบด้วยอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสม ตลอดจนการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้เค้กที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม ฟู มีกลิ่นและรสชาติของทุเรียนหมอนทองที่เป็นเอกลักษณ์
นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ สุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ การคำนวณต้นทุนเบื้องต้น การกำหนดราคาจำหน่าย และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าสู่ตลาด เพื่อให้สมาชิกกลุ่มสามารถนำองค์ความรู้ไปทดลองผลิต พัฒนาสูตร และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้จริง การแปรรูปเป็น เค้กไข่ไต้หวันทุเรียนหมอนทอง ยังเป็นแนวทางในการเพิ่มช่องทางการใช้ประโยชน์จากทุเรียน โดยเฉพาะผลผลิตที่มีคุณภาพด้านเนื้อและรสชาติแต่มีลักษณะภายนอกไม่เหมาะกับการจำหน่ายในตลาดพรีเมี่ยม ช่วยลดการสูญเสียผลผลิต เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของทุเรียนในพื้นที่กับการท่องเที่ยวและตลาดของฝาก พร้อมกันนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับ การตลาด การสร้างแบรนด์ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ ผ่านการพัฒนาตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ QR Code และ Lot Number ตลอดจนการพัฒนาช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภค
การดำเนินงานภายใต้โครงการ “หมู่บ้านทุเรียนพรีเมี่ยมบ้านทอนอม” จึงไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการเพิ่มคุณภาพผลผลิตทุเรียนสดเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ “สวนทุเรียนคุณภาพ → ทุเรียนพรีเมี่ยม → การแปรรูปผลิตภัณฑ์ → การสร้างแบรนด์ → การตลาด” เพื่อให้เกษตรกรและสมาชิกกลุ่มสามารถพัฒนาจากผู้ผลิตวัตถุดิบไปสู่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร มุ่งหวังให้โครงการดังกล่าวเป็นต้นแบบการพัฒนา หมู่บ้านทุเรียนพรีเมี่ยมแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐาน การแปรรูป และการตลาดเข้าด้วยกัน นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทุเรียนหมอนทอง สร้างผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ของชุมชน เพิ่มช่องทางรายได้แก่เกษตรกรและสมาชิกกลุ่ม และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืน