แปลงฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร มุ่งยกระดับเป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ภาคใต้ ดำเนินการต่ออายุการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล IFOAM บนพื้นที่ 10.25 ไร่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9
มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ดำเนินการต่ออายุใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของแปลงฟาร์มมหาวิทยาลัย ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล International Federation of Organic Agriculture Movements (IFOAM) ครอบคลุมพื้นที่การผลิตจำนวน 10.25 ไร่ ซึ่งเป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 9 โดยรับการตรวจประเมินและรับรองจาก สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) หรือ Organic Agriculture Certification Thailand (ACT) การดำเนินงานดังกล่าวมี ผศ.ดร.มัลลิกา จินดาซิงห์ และ ผศ.ดร.สุทธิรักษ์ ผลเจริญ เป็นผู้รับผิดชอบหลัก เพื่อพัฒนาและรักษามาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของมหาวิทยาลัยให้เป็น ต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตพืชอินทรีย์ในภาคใต้ สำหรับเกษตรกร นักศึกษา นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พื้นที่ที่ดำเนินการขอต่ออายุการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มีพืชที่ได้รับการรับรอง 3 ประเภท รวมพื้นที่ 10.25 ไร่ ประกอบด้วย
- ผลไม้ ส้มจี๊ด พื้นที่จำนวน 3 ไร่
- พืชสมุนไพร ขมิ้น ขิง ข่า ตะไคร้หอม และตะไคร้ พื้นที่จำนวน 2.25 ไร่
- พืชไร่ ปาล์มน้ำมัน พื้นที่จำนวน 5 ไร่
การดำเนินงานของแปลงฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ให้ความสำคัญกับระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดการพื้นที่และแปลงปลูก การบำรุงดิน การจัดการธาตุอาหารพืช การป้องกันและจัดการโรคและแมลงโดยลดการพึ่งพาสารเคมี การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการจัดทำข้อมูลและระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
การรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพรในการขับเคลื่อนงานด้าน เกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และเกษตรมูลค่าสูง ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาภาคการเกษตรของจังหวัดชุมพรและประเทศ โดยมุ่งเปลี่ยนผ่านจากระบบการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบเกษตรสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และความยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนแนวคิดการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบครบวงจร “From Farm to Table” จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ซึ่งให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำ คือกระบวนการผลิตในแปลง กลางน้ำ คือการจัดการคุณภาพและการแปรรูป ไปจนถึงปลายน้ำ คือการตลาดและการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพรจึงมุ่งหวังให้แปลงเกษตรอินทรีย์แห่งนี้เป็นมากกว่าพื้นที่ผลิตพืช แต่เป็น “ห้องเรียนเกษตรอินทรีย์ที่มีชีวิต (Living Organic Learning Farm)” สำหรับการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนเป็นต้นแบบในการขยายผลระบบเกษตรอินทรีย์ไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดชุมพรและภาคใต้
การดำเนินงานดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรคุณภาพ ส่งเสริมการผลิตอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาประเทศสู่การเป็นฐานการผลิตอาหารคุณภาพและอาหารปลอดภัยสำหรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างยั่งยืน