มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร
Maejo University at Chumphon โทร. 077-544068

      วันที่ 13 สิงหาคม 2565 เวลา 16.00 น. นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยนายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ เกษตรจังหวัดชุมพร นายปราโมทย์ ใสจุล ปฎิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร ดร.ฐิระ ทองเหลือ หัวหน้าชุดโครงการวิจัย และคณะนักวิจัย “กลไกการพัฒนาพื้นที่เพื่อลดรายจ่ายเพิ่มรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม จังหวัดชุมพร”ร่วมให้การต้อนรับ คณะกรรมาธิการ การวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายอัครวัฒน์ อัศวเหม ประธานคณะกรรมาธิการ การวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรฐานราก “ชุมพรโมเดล" โดยลงพื้นที่ศึกษาดูงาน เพื่อรับฟังสรุปความก้าวหน้าของโครงการชุมพรโมเดลและพบปะเกษตรกรผู้ร่วมโครงการกว่า  300 ครัวเรือน จำนวน 2 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 วันที่ 13 สิงหาคม 2565 ณ ห้องประชุม อบต.บางหมาก ตำบลบางหมาก อำเภอเมือง เยี่ยมชมกิจกรรมที่ 1 การเลี้ยงแหนแดงเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ อาหารปศุสัตว์และประมง และ กิจกรรมที่ 2 การผลิตเครื่องแกงก้อนกึ่งสำเร็จรูปด้วยตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ และจุดที่ 2 วันที่ 14 สิงหาคม 2565 พื้นที่ กทช.หงษ์เจริญ ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

      ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการ "ชุมพรโมเดล" ต้องได้รับความร่วมมือ จาก 3 ภาคส่วน ได้แก่

      1.การขับเคลื่อนในพื้นที่ โดยเกษตรกร

      2.การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม

      3.ความร่วมมือของส่วนราชการในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการแก้ไขปัญหา คือ ด้านรายได้ของประชาชนในพื้นที่ โดยมีคณะกรรมาธิการ เป็นกลไกในการเชื่อมต่อความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อน "ชุมพรโมเดล" ให้เกษตรกรมีรายได้ครัวเรือน เพิ่มขึ้น มากกว่า10,000 บาท/เดือน และมีรายได้อย่างยั่งยืน อีกหนึ่งด้านที่สำคัญ คือ ด้านการสื่อสารของโครงการเพื่อให้ กลุ่มผู้ดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการ รับทราบข้อมูล และการเผยแพร่ให้คนภายนอกได้รับทราบ ทั้ง 3 ด้านได้แก่

      1.สร้างการรับรู้ โครงการสร้างรายได้จริง

      2.การเข้าใจ การดำเนินการจัดทำกระบวนการที่ยั่งยืน

      3.สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการขับเคลื่อนทั้งภายในจังหวัดและภายนอกจังหวัดอย่างทั่วถึง

      ในการนี้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร จังหวัดชุมพรได้ กล่าวถึง แผนพัฒนาจังหวัดชุมพร พ.ศ. 2566- 2570 ด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ว่า "ชุมพร เมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจดีและมีคุณค่า มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" โดยได้ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ตามยุทธศาสตร์ "5+1" โดยประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 5 ประเด็น ประกอบด้วย

      1.การเสริมสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่องมั่นคง จากฐานการเกษตร การค้า การบริการ และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างเข้มแข็งด้านการเกษตรทันสมัย การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเกษตร เช่น ดาวเทียมเพื่อการเกษตร และมุ่งเน้นการเกษตรปลอดภัย 1ลด :การใช้สารเคมี และ 2เพิ่ม ได้แก่ การทำโครงการ 1แปลงเกษตร1คน จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 4,000 ล้านบาท/ปี และ การส่งเสริมการเพิ่ม แปลงเกษตรปลอดภัย

      2.การยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทย อันดามัน อาเซียน และนานาชาติ

      3.การพัฒนาเมืองที่น่าอยู่ โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม โลจิสติกส์ ที่สะดวก ปลอดภัยได้มาตรฐาน และเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ

      4.สร้างคนคุณภาพ การพัฒนาสังคมแห่งความสันติสุข ปลอดภัย และการพัฒนาชุมชนให้มีความมั่นคงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

      5.การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล รองรับการเติบโตของคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ "+1" คือ การขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ ในส่วนของโครงการ "ชุมพรโมเดล" ได้ดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ให้ภาคประชาสังคม ได้รับทราบอย่างทั่วถึง

      อย่างไรก็ตาม อาจารย์ ดร.ฐิระ ทองเหลือ หัวหน้าชุดโครงการวิจัยรายงานถึงความคืบหน้าของการดำเนินงาน โครงการ "ชุมพรโมเดล" จากสโลแกนคือ “เข้าใจ เข้าถึง ลงมือทำ คือคำตอบ” ดำเนินการ 2 พื้นที่ ได้แก่ 1.อำเภอท่าแซะ จำนวน 5 ตำบล 200 ครัวเรือน อำเภอเมือง 2  ตำบล จำนวน 100 ครัวเรือนโดยมีกระบวนการดำเนินโครงการ ให้นักวิจัยได้เข้าร่วมประชุมเป็นระยะ เพื่อรายงานความคืบหน้าการวิจัย หากพบปัญหาจะร่วมกันแก้ไขปัญหา และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมส่งต่อความรู้ให้กับชุมชน ด้วยการส่งเสริมชุมชน จัดให้มีการอบรมเชิงปฎิบัติการ และเพิ่มการจัดทำมาตรฐานด้านต่างๆ เช่น GAP รวมถึงมาตรฐานเพื่อการส่งออกสู่ประเทศยุโรป และมีการสื่อสารกิจกรรมผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น การจัดทำเพจ"ชุมพรโมเดล" เพื่อเป็นสื่อกลางให้ชุมชนได้ติดตามความเคลื่อนไหว และประชาสัมพันธ์เชิงรุก โดยการจัดทำ การถ่ายทอดสด facebook live การจัดกิจกรรมอบรม และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อกลางต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ

       ชุมพรโมเดล เข้าใจ เข้าถึง ลงมือทำคือคำตอบ

ปรับปรุงข้อมูล : 16/8/2565 10:39:08     ที่มา : มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 412

กลุ่มข่าวสาร :

ข่าวล่าสุด

ผศ.ดร.ชุมพล อังคณานนท์ ร่วมประชุมคณะที่ปรึกษาโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดชุมพร ครั้งที่ 2/2569
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.00 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล อังคณานนท์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เข้าร่วมประชุมคณะที่ปรึกษาโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ส่วนจังหวัดชุมพร บริเวณถนนผังเมืองรวม สาย ก3 และ ก4ในเขตผังเมืองรวมชุมชนปากน้ำหลังสวน จังหวัดชุมพร ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมเกาะทองหลาง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีนายจักรพงศ์ นิลไพรัช ธนารักษ์พื้นที่ชุมพร เป็นประธานในการประชุมในการนี้ นายอุดม จิตตวงค์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ส่วนจังหวัดชุมพร บริเวณถนนผังเมืองรวม สาย ก3 และก4 ในเขตผังเมืองรวมชุมชนปากน้ำหลังสวน เข้าร่วมการประชุมฯ ดังกล่าว เพื่อพิจารณาขอความเห็นชอบค่าชดเชยต้นไม้และพืชผล และค่าชดเชยอาคารและสิ่งปลูกสร้างจากกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่มติที่ประชุม รับทราบรายละเอียดราคาและเห็นควรให้เสนอคณะกรรมการจังหวัดขอรับเงินอุดหนุนจากกกองทุนจัดรูปเพื่อพัฒนาพื้นที่
5 สิงหาคม 2569     |      6
สหกิจศึกษา สาขาวิชานวัตกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เสริมประสบการณ์จริง สร้างบัณฑิตคุณภาพสู่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์น้ำ
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร เดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักศึกษาผ่านกระบวนการ สหกิจศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 โดยส่งนักศึกษาออกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการและหน่วยงานภาคีเครือข่ายเป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ควบคู่กับการนำองค์ความรู้จากห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงทั้งนี้ สหกิจศึกษาเป็นส่วนสำคัญของการจัดการเรียนการสอน ที่มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตให้มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ นักศึกษาจะได้ฝึกทักษะการทำงานในสภาพแวดล้อมจริง เรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า อดทน สู้งาน ซื่อสัตย์ มีสัมมาคารวะ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และการปรับตัวให้เข้ากับองค์กร ตลอดจนพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์น้ำและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
25 กรกฎาคม 2569     |      666
“การเพาะเลี้ยงปูม้าและการอนุรักษ์” รายวิชาที่น่าสนใจของสาขาวิชานวัตกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
หนึ่งในรายวิชาที่โดดเด่นและน่าสนใจ คือ รายวิชา “การเพาะเลี้ยงปูม้าและการอนุรักษ์” ซึ่งสอนโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุทธนา สว่างอารมย์ โดยบูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับงานวิจัยและการบริการวิชาการ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่ชีววิทยาและวงจรชีวิตของปูม้า การเพาะเลี้ยง การจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์และการฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าในพื้นที่ชายฝั่งนักศึกษาจะได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ร่วมศึกษาวิจัยและทำกิจกรรมบริการวิชาการกับชุมชน ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกันพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล อันเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากสถานการณ์จริง พร้อมปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
24 กรกฎาคม 2569     |      564
แม่โจ้-ชุมพร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร จัดอบรม GAP ฟาร์มผึ้งชันโรง ยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร จัดฝึกอบรมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มผึ้งชันโรง (Good Agricultural Practices for Stingless Bee Farm: GAP) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมชั้นดาดฟ้า อาคารบุญรอดศุภอุดมฤกษ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพรในการนี้ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร เป็นประธานกล่าวเปิดการอบรม และอาจารย์วีรชัย เพชรสุทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิจัยและบริการวิชาการ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานปศุสัตว์เขต 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดย น.สพ.วิสูตร นวลขาว ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานการปศุสัตว์ และนางสาวมนธิยารัตน์ สังฆะโณ นักวิชาการสัตวบาล ถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ “การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มผึ้งชันโรงการฝึกอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การเลี้ยงชันโรงในระบบนิเวศเกษตรพื้นที่ปลูกกาแฟ จังหวัดชุมพรโดยมี ผศ.ดร.ชามา อินซอน ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ และเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อการเลี้ยงชันโรงในระบบนิเวศเกษตรพื้นที่ปลูกกาแฟนอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ฑีฆา โยธาภักดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ บรรยายในหัวข้อ “มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการเลี้ยงชันโรงในสวนกาแฟโดยมี ว่าที่ร้อยตรีขจรรักษ์ พู่พัฒนศิลป์ นักวิชาการเกษตร งานบริการวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร เป็นผู้ร่วมโครงการและประสานงานการจัดอบรมร่วมกับ นายวุฒินันท์ จีบบรรจง นักวิชาการสัตวบาล สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพรทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมจำนวน 33 คน จากจังหวัดระนอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร
17 กรกฎาคม 2569     |      861