วันที่ 25 ตุลาคม 2562 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารบุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร อำเภอละแม จังหวัดชุมพร นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานมอบเกียรติบัตรและปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรผู้ตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม มาตรฐาน SDGsPGS จัดโดยสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนชุมพร ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ชุมพร โดยมีผู้เข้าผ่านการอบรมจำนวน 160 คน และเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร กับสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนชุมพร
นายไสว แสงสว่าง ประธานสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนชุมพร ได้กล่าวรายงานถึงการจัดอบรมหลักสูตรนี้เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดชุมพรสู่มหานครเกษตรอินทรีย์ โดยการอบรมครั้งนี้เป็นหลักสูตร 3 วัน วันแรกเป็นการปรับกระบวนทัศน์ผู้เข้าร่วมอบรมและทำความเข้าใจโมเดลการขับเคลื่อน SDGsPGS และทำความเข้าใจเกณฑ์ในการตรวจรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS จำนวน 22 ข้อ วันที่สองเป็นการแบ่งกลุ่มลงพื้นที่ทำการตรวจแปลงจำนวน 32 แปลง แล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำความเข้าใจแนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรอินทรีย์ ปฏิบัติการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบเครือข่ายสารสนเทศเกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture Network - OAN) ให้ผู้ตรวจแปลงสามารถนำเข้าข้อมูลเกษตรกร แปลงเกษตรอินทรีย์ ข้อมูลการตรวจแปลง ตลอดจนการใช้ระบบมือถือแปลงเสียงเป็นตัวอักษรในกระบวนการบันทึกกิจกรรมในแปลงเกษตรอินทรีย์ แทนการบันทึกลงสมุดกระดาษ วันสุดท้ายเป็นการจัด 4 กลไก ได้แก่ กลไกคณะทำงานตรวจแปลง คณะทำงานพัฒนาฐานข้อมูล ทั้ง 8 อำเภอ และคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS จังหวัดชุมพร และแนวทางการจัดกลไกธุรกิจในรูปวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยจะเดินหน้าจัดตั้งบริษัทออร์แกนิคชุมพร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อเป็นกลไกในการบริหารจัดการผลผลิตออกสู่ตลาด เป็นการจัดกลไกที่ครบถ้วนทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร หลังจากมอบเกียรติบัตรให้กับผู้ผ่านการอบรมทุกคนแล้ว กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมผู้ที่ผ่านการอบรมทุกคน ที่ได้ความรู้ติดตัว นำไปสู่ปฏิบัติการตรวจแปลง ร่วมรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์จังหวัดชุมพรสู่ความยั่งยืน วันนี้คนชุมพรกำลังเผชิญกับวิกฤติสุขภาพ เห็นได้จากข้อมูลของสาธารณสุขจังหวัดซึ่งพบว่า ชาวชุมพรมีสารเคมีในกระแสเลือดจำนวนมาก ซึ่งเกิดจากอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมี การอบรมหลักสูตรผู้ตรวจแปลง 3 วัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปรับกรอบคิด อาสาร่วมกันปรับวิถี ร่วมขับเคลื่อนจังหวัดชุมพรสู่มหานครเกษตรอินทรีย์ มหานครเกษตรกรรมยั่งยืน โดยมีความจำเป็นที่เกษตรกรต้องรวมตัวกัน สร้างเครือข่าย ร่วมพัฒนาคุณภาพผลผลิต และเห็นด้วยว่าการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ จำเป็นต้องมีกลไกธุรกิจเพื่อรองรับการบริหารจัดการผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS (Sustainable Development Goals Participatory Guarantee System) เป็นการนำแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยองค์การสหประชาชาติ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิด"ชุมชนร่วมรับรอง" โดย IFOAM และแนวคิดการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง (Area Base Collaborative Development) มาประสมกัน โดยมีสหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพระดับประเทศ และสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดเป็นเจ้าภาพในระดับจังหวัด ซึ่งขับเคลื่อนกลไกคณะทำงาน 4 กลไก ได้แก่ คณะทำงานตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม คณะทำงานพัฒนาฐานข้อมูล คณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS จังหวัด และกลไกธุรกิจในรูปวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยมีเป้าหมายในการนำกำไรจากการประกอบการไม่น้อยกว่า 70% ไปพัฒนาและลงทุนต่อเนื่อง และอีก 30% ปันผลสำหรับผู้ถือหุ้น จุดเด่นของ SDGsPGS คือการออกแบบโมเดลที่ชัดเจนโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งและมีระบบฐานข้อมูลเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture Network - OAN) ที่สมบูรณ์
การจัดการอบรมหลักสูตรผู้ตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS ชุมพร ในครั้งนี้เป็นการระดมความร่วมมือในการจัดงานแบบ "ข้าวหม้อแกงหม้อ" โดยเกษตรกรบางส่วนบริจาคเงิน บางส่วนนำผลผลิตจากแปลงเกษตรอินทรีย์มาสมทบ และมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอาสาเปิดโรงครัวสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมทั้ง 3 วัน และได้รับการอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร สำหรับห้องประชุมและที่พักของผู้เข้าร่วมอบรม และจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส. ละแม - ชุมพร) ร่วมสมทบค่าอาหาร นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรยังเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร กับสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนชุมพร ในการขับเคลื่อนจังหวัดชุมพรสู่มหานครเกษตรอินทรีย์
จังหวะก้าวต่อไปคือการจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกรที่ต้องการขอรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ โดยเบื้องต้นมีอยู่ประมาณ 800 แปลงและจัดทีมผู้ตรวจแปลงอย่างน้อย 2-3 คนต่อทีมในการลงตรวจแปลง โดยจะใช้เวลาตรวจแปลงรอบแรก 2 เดือน (พฤศจิกายน - ธันวาคม 2562) นำผลการตรวจแปลงเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล OAN จัดการประชุมเพื่อกลั่นกรองข้อมูลในวันที่ 4 - 5 มกราคม 2563 และจัดประชุมรับรองในวันที่ 20 มกราคม 2563 โดยตั้งเป้าแปลงที่ผ่านการตรวจ กลั่นกรอง และนำเข้าสู่การรับรองในครั้งแรกประมาณ 300 แปลง
รายงานโดย ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ เลขาธิการ สหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย และเลขาธิการสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย (TSATA - ทีซาต้า)